สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม


ในช่วงสองปีที่ผ่าน การระบาดของ COVID-19 ได้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการให้บริการที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการขาดรายได้ในยามที่ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความก้าวหน้าและการเกดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ประชากรของกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ของโลกแล้วทำงานหาเลียงชีพด้วยเทคโนโลยี (Digital Nomad) มีจำนวนมากขึ้น รูปแบบการทำงานจากที่ไหนก็ได้ การคำนึงถึงสุขภาวะที่ดี และความยั่งยืน กลายมาเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ กลุ่มดุสิตธานีได้มีการเร่งปรับตัวขนานใหญ่ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ องค์กรให้รองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกดขึ้น เรากลับมาทบทวนขีดความสามารถภายในองค์กร ทั้งในส่วนของการวางแผนทางการเงินระยะสั้น และการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับองค์กร ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านดิจิทัลเข้ามาเสริม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มความคล่องตัว เราพยายามคิดใหม่ ทำใหม่ โดยเน้นที่การจัดทำแผนรับมือกับผลกระทบจาก COVID-19 ด้วยกลยุทธ์ 3R ที่ให้ความสำคัญในสามมิติคือ มิติด้านการเงินเพื่อให้เกิดโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง (Resilience) มิติด้านโครงสร้างธุรกิจ เพื่อให้มีรูปแบบการ ดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค (Reimagine) และมิติด้านองค์กรเพื่อให้เกิดการแปลงโฉมองค์กรใหม่ที่ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบัน (Reshape) เพื่อที่จะรักษาสมดุลระหว่างการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม กับการปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินงานเพื่อความสำเร็จของธุรกิจในระยะยาว

สิ่งที่เราได้ดำเนินการในปี 2564 เพื่อปรับเปลี่ยนและยกระดับองค์กร มีสองส่วนหลักๆ คือ การลงทุนในเทคโนโลยี และการ ปรับโครงสร้างบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างการดำเนินธุรกิจ และโครงสร้างขององค์กร ในการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ให้เราสามารถเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลมาสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกกลุ่มธุรกิจที่เราดำเนินกิจการอยู่

ในขณะเดียวกัน เพื่อรักษาสถานะทางการเงินของกลุ่มให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ เรายังได้ทำการปรับพอร์ตทรัพย์สินเพื่อ รับรู้กำไร (asset optimization) และบริหารจัดการกับสินทรัพย์ สภาพคล่อง รวมถึงดูแลต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรอย่าง รอบคอบและระมัดระวัง นอกจากนี้ เรายังทำการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ เพื่อเสริมสภาพคล่องและชำระคืนหนี้หุ้นกู้เดิม

นอกจากนี้ เรายังได้ทำการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจด้วยการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ บริการ รวมถึงสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยกำหนดเป็นวิถีการให้บริการอันเป็นเอกลักษณ์แบบดุสิตธานี (Dusit Graciousness) ที่ให้ความสำคัญกับ 4 แกนหลัก คือ บริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า (Service) บริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) บริการที่เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชนและคนรอบข้าง (Locality) และบริการที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว

แนวทางการประคับประคองธุรกิจของเรา คือ แทนที่จะเน้นลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว เราพยายามหาหนทางเพิ่มรายได้จากส่วนอื่นๆ มาทดแทนรายได้จากห้องพักที่หายไป โดยใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญที่มีอยู่แล้วมาสร้างบริการเสริม เช่น การทำฟู้ดเดลิเวอรี่ การให้บริการทำความสะอาด การให้บริการด้านงานช่างต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งถือเป็นสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในระยะยาวให้กับองค์กร

นอกจากนี้ เรายังตระหนักดีว่า สถานการณ์และเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวนสูงมาก เราจึงได้จัดทำแผนสำรองที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราจะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกคนเกิดความสบายใจ และทำให้เราสามารถนำเสนอบริการที่ดีที่สุดได้

คิดใหม่ ทำ ใหม่ ตอบโจทย์วิถีใหม่

การกลายพันธุ์ของไวรัส และมาตรการจำกัดการท่องเที่ยวเดินทางที่มีอยู่ ทำให้ยากต่อการคาดเดาว่า รายได้จากธุรกิจโรงแรมจะ กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 ได้อีกครั้งเมื่อใด

นอกจากนี้ ระบบนิเวศน์ของการท่องเที่ยว รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเองก็ยังพลิกโฉมไปอย่างมาก ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เมื่อพิจารณา ปัจจัยทั้งสองส่วนแล้ว กลุ่มดุสิตธานีจึงตัดสินใจที่จะปรับปรุงสินค้าและบริการที่มีอยู่ให้ตอบสนองชีวิตวิถีใหม่ เพื่อช่วงชิงโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ และหนึ่งในความพยายามดังกล่าว คือ การปรับปรุงวิถีการให้บริการอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิต หรือ Dusit Graciousness ให้กลายมาเป็นสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสและจับต้องได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 4 แกน

แกนที่หนึ่ง บริการ เราพยายามที่่จะปรับปรุงประสบการณ์ในการพักผ่อนที่โรงแรมให้ดีขึ้น โดยโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นโรงแรมนำร่องสำหรับการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงห้องอาหาร สระน้ำ หรือพื้นที่จัดกิจกรรมที่่ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มาทดลองที่นี่ และจะทยอยขยายไปยังโรงแรมอื่นๆ ในเครือ

แกนที่่สอง การมีสุขภาวะที่ดี เราได้จัดทำ “เทวารัณย์ เวลเนส” ซึ่งเป็นแนวคิดและคู่มือในการดูแลร่างกายและจิตใจแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่วิถีการกินเพื่อสุขภาพ การหยุดพัก การออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ซึ่งทั้งหมดทำให้เกิดสุขภาวะที่ดี โดยเราได้นำแนวคิดนี้มาคิดค้นกิจกรรมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์ เพื่อสร้างเป็นกิจกรรมที่สามารถเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมของเครือดุสิตทุกแห่ง เช่น การทำ sound bath ออกกำลังกายในน้ำ กิจกรรมวิ่ง กิจกรรมสัมมนาหรือเวิร์คช็อปต่างๆ

แกนที่่สาม เติบโตไปพร้อมกับชุมชน เราได้ทำงานร่วมกับชุมชน ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือพื้นบ้านในการแนะนำผลิตภัณฑ์ ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมพื้นถิ่นให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงท้องถิ่นอย่างแท้จริง และเป็นการช่วยให้ชุมชนอยู่รอดและเติบโตไปพร้อมๆ กับเรา

แกนที่่สี่่ ความยั่งยืน เรามุ่งมั่นที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นด้วยการใส่ใจตั้งแต่จุดตั้งต้น ด้วยการพยายามคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จากแหล่งผลิตที่มีขั้นตอนการทำงานที่คำนึงและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกำหนดเป็นนโยบายและกระบวนการในการปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการทำงาน เพื่อช่วยลดความสูญเสีย เช่น วัตถุดิบ พลังงาน มลภาวะต่างๆ

แม้เราจะมองว่า การจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาอยู่ในระดับก่อน COVID-19 ระบาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเป็นเรื่่งยาก แต่เราเชื่อว่า การท่องเที่ยวจะสามารถฟื้นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งเมื่อสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น และเรามั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่เราได้จัดเตรียมไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และจะพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึง ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ หรือตลาดที่กว้างขึ้นกว่าเดิม และบริการเหล่านั้น จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและดึงดูดพวกเขากลับมาใช้บริการจากโรงแรมในเครือของดุสิตธานีได้อย่างแน่นอน

ตลอดปีที่ผ่านมา เราพยายามปรับรูปแบบการให้บริการที่่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งที่เป็นนักเดินทางท่องเที่ยวส่วนบุคคลและกลุ่มนักเดินทางที่มาประชุมหรือทำธุรกิจ ในขณะเดียวกัน เราก็พยายามนำเสนอรูปแบบการเข้าพักที่่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากประเทศโลกตะวันตก รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่มองหาแพคเกจการพักระยะยาวที่กำลัง เพิ่มจำนวนมากขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียล หรือกลุ่มคนที่ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี ทำให้สามารถทำงานและท่องเที่ยว ไปพร้อมๆ กัน

ในปี 2565 ที่จะถึงนี้้ เราจะยังคงเดินหน้าตามแผน 3R คือ Resilience, Reimagine และ Reshape ต่อไป โดยเราจะเจาะลึกไปยังรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้ามองหา เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและติดต่อกับลูกค้าทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงหาเครื่องมือต่างๆ ที่่จำเป็นมาเพื่อให้ธุรกิจของเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคงในยุคหลัง COVID-19

ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และบริษัท ดิฉันขอแสดงความขอบคุณแก่พนักงาน ท่านผู้ถือหุ้น แขกที่่มาพัก นักเรียน ลูกค้าและชุมชนต่างๆ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ขอแสดงความนับถือ