สารจากประธานกรรมการ

สร้างผลตอบแทนและมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ให้กับท่านผู้ถือหุ้น

เรียน ผู้ถือหุ้น

ผมเชื่อว่าหน้าประวัติศาสตร์จะจารึกถึงปี พ.ศ. 2563 ไว้ว่าเป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วโลก และสั่นคลอนการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการอย่างหนักหน่วง เฉกเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่น ๆ ในธุรกิจภาคการบริการ ดุสิตธานีเองก็จำต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนานัปการในการรับมือกับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID -19 ที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตกอยู่ในภาวะชะงักงันไปทั่วทั้งโลก

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดจากมาตรการล็อกดาวน์ของประเทศต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปิดให้บริการชั่วคราวของโรงแรมต่าง ๆ การรณรงค์ให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัย รวมถึงโปรแกรมการกักตัวเพื่อรอดูอาการของผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศและในประเทศล้วนส่งผลต่อร้ายได้จากห้องพัก และมีผลต่อเนื่องกระทบถึงรายได้รวมทั้งก่อนและหลังจากหักค่าใช้จ่ายให้ลดหายไปเป็นจำนวนมาก

"เรากำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ธุรกิจฟื้นคืนกลับมาภายใต้สภาวะใหม่ของนิวนอร์มอลโดยยังคงเน้นให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในลำดับต้น ๆ"

ในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ลดลงร้อยละ 75 จากปีก่อนหน้าส่งผลให้รายได้จากตลาดส่วนนี้หายไป 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับประเทศไทยเองนั้นก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างมากเนื่องจากรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศมีสัดส่วนถึงร้อยละ 75 ของรายได้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวนั้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของตัวเลขจีดีพีรวมของประเทศในแต่ละปี

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 ลดจากจำนวน 39.8 ล้านคนในปี 2562 เหลือเพียง 6.7 ล้านคน หรือลดลงร้อยละ 83 จากปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดการท่องเที่ยวในประเทศก็หดตัวลงจากตัวเลขของเที่ยวทั้งหมด 130 ล้านเที่ยว ในปี 2562 ลดลงมาอยู่ที่ 75 ล้านเที่ยวในปี 2563 หรือลดลงร้อยละ 42 จากปีก่อนหน้า ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ส่งผลให้รายได้รวมของการท่องเที่ยวไทยในปี 2563 อยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ลดลงจาก 3 ล้านล้านบาท ในปี 2562 หรือลดลงร้อยละ 77 เมื่อเทียบตัวเลขแบบปีต่อปี

แม้ว่าจะมีนโยบายที่ผ่อนปรนเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเดินทางเข้ามาได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2563 และกำหนดแนวทางการให้วีซ่านักท่องเที่ยวประเภทพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะพำนักระยะยาวในประเทศไทย (Special Tourist Visa - STV) มาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ทั้งในประเทศไทยและในประเทศที่เป็นตลาดกลุ่มเป้าหมายทำให้โครงการดังกล่าวไม่สัมฤทธิ์ผลในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศดังที่คาดหวังไว้

ยิ่งไปกว่านั้น การปิดให้บริการชั่วคราวที่กินเวลายาวนานของโรงแรมและรีสอร์ตในเครือดุสิตในต่างประเทศ ผนวกกับการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ๆ นั้นเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเราตลอดทั้งปี ทั้งในส่วนก่อนและหลังจากหักค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายทั้งหมดที่เราต้องเผชิญในปีที่ผ่านมาก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจของดุสิตได้รับผลกระทบจากสถานการณ์กรระบาดของไวรัสนี้ในทุก ๆ ด้าน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ ดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนล พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการปรับกลยุทธ์และทำธุรกิจในรูปแบบใหม่เพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด พร้อมกับเพื่อปูทางสำหรับอนาคตของบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

คณะกรรมการบริษัทและตัวผมเองมีความยินดีอย่างมากที่ได้ดูแลและให้การสนับสนุนนโยบายและกระบวนการต่าง ๆ ที่ดุสิตได้นำมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทในฐานะองค์กรต้นแบบของอุตสาหกรรมที่เดินไปข้างหน้าด้วยแนวทางแห่งความยั่งยืนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเราได้ลงมือดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในโครงการหลายอย่างที่ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงใจที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสปิริตความเป็นนักสู้ของทีมงานเท่านั้น หากยังได้มอบสิ่งที่มีคุณค่าให้กับชุมชนของเราอีกด้วย เรื่องราวของความห่วงใยและน้ำใจที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการ และการปรับรูปแบบการทำธุรกิจให้มีความคล่องตัวที่เกิดจากโครงการเหล่านี้จุดประกายความหวังให้สว่างขึ้นในอุตสาหกรรมของเรา เป็นแนวทางที่นำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิมให้กับพวกเราทุกคน

แน่นอนว่าการต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของ COVID-19 ทำให้คนทั่วโลกเปลี่ยนทัศนคติและรูปแบบการจับจ่ายใช้สอยไปอย่างสิ้นเชิงผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อหาประสบการณ์มากกว่าสิ่งของและความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดีหรือเวลเนส ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นกลายมาเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ ในการเลือกสินค้าและบริการ

ด้วยเหตุนี้เอง คณะกรรมการฯ และผมจึงได้เห็นพ้องและอนุมัติหลักการดำเนินงานชุดใหม่ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในหัวข้อที่กล่าวถึงไปข้างต้น และเพื่อกำหนดแนวทางให้กับหน่วยธุรกิจทั้งหมดของดุสิตในการใช้ทรัพยาการทุกอย่างที่มีสร้างสินค้าและบริการที่มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นในยุคนิวนอร์มอลนี้

รากฐานอันแข็งแกร่งที่ดุสิตเตรียมพร้อมไว้แล้วสำหรับตอบโจทย์เทรนด์ของตลาดที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปในโลกยุคหลังโควิดเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของทีมงานของเราจากทั่วโลกที่มองเห็นการณ์ไกลและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดุสิตที่กำลังก้าวไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ด้วยไอเดียใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่เกี่ยวข้องแม้แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นในตอนนี้

เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจฟื้นคืนกลับมาภายใต้สภาวะใหม่ของนิวนอร์มอล โดยยังคงเน้นให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในลำดับต้น ๆ คณะกรรมการฯ และผม พร้อมที่จะทำทุกทางอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าดุสิตจะมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้กับแขก ลูกค้า ธุรกิจเจ้าของโรงแรม หุ้นส่วนทางธุรกิจ และทุก ๆ คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันไปกับเรา

ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เราจะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม